DANISH, BUT SPECIAL เยี่ยมชมบริษัทไปกับ HENRIK LINDBERG



เยี่ยมชมบริษัทไปกับ HENRIK LINDBERG

Lindberg นับว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ของแว่นตาระดับโลกที่มีชื่อเสียงที่สุดอยู่ในขณะนี้ อย่างน้อยก็เป็นที่รู้จักกันในวงการแว่นตาหรู นับว่าเป็นโอกาสดีที่ทางนิตยสารแว่นตาของเรามีโอกาสได้มาเยี่ยมเยียนบริษัทแห่งนี้ถึงเดนมาร์ก อีกครั้ง เรามีโอกาสได้เยี่ยมชมเมือง Aahus การมาเยี่ยมเยียนในครั้งนี้เราสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็นเดนิชที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความแปลกไม่เหมือนใคร ย้อนกลับไปยังภูมิหลังของบริษัทแห่งนี้สักเล็กน้อย เจ้าของเพียงคนเดียวคือคุณ Henrik ผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความมานะบากบั่น หัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ LINDBERG นั้นคือความใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกระบวนการผลิต การตลาด ทรัพยากรบุคคล เหล่านี้ล้วนทำให้บริษัทดำเนินไปด้วยความราบรื่น บรรยากาศรอบๆให้ความรู้สึกถึงความเป็นครอบครัวอย่างมาก สำหรับในการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ คุณ Henrik ได้พูดคุยกันแบบเปิดใจเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในบรรยากาศสบายๆเป็นกันเอง ได้เห็นถึงแนวคิดอันชาญฉลาด มุมมองอันกว้างไกล และทัศนคติที่ดี หลายๆเรื่องราวที่คุณ Henrik ได้กล่าวถ่ายทอดออกมาให้ฟังด้วยน้ำเสียงที่สุขุมแต่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เฮฮา เมื่อถามถึงงานที่สำคัญที่สุด ณ บริษัทแห่งนี้ คุณ Henrik ได้ให้คำตอบว่าคือการเดินไปเดินมารอบๆบริษัท ซึ่งก่อนที่จะเริ่มการพูดคุยกันนั้น ทางเรามีโอกาสได้เดินชมรอบๆในชั่วโมงการทำงานของคุณ Henrik ด้วยเช่นกัน

 

อะไรที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณ Henrik ในหลายๆสัปดาห์ที่ผ่านมา?

ผมคิดว่าแนวทางของ LINDBERG ดำเนินไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เรามีความภูมิใจ ถึงแม้ว่า LINDBERG เป็นเพียงแค่บริษัทเล็กๆ แต่เราก็สามารถดำเนินธุรกิจได้ในร้อยกว่าประเทศทั่วโลก หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปในหลายที่ เข้าร่วมงานแว่นตาแฟร์ในหลายประเทศเช่นที่ SILMO ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ IOFT เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น งานแว่นตาแฟร์ที่ฮ่องกงและที่ CIOF กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งงานเหล่านี้นับว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งในการพบปะพูดคุยและได้รับทราบถึงความต้องการและความคิดเห็นของลูกค้าในมุมมองที่ต่างกันไป มีหลายๆสิ่งซึ่งล้วนสร้างแรงบันดาลใจให้ผม ซึ่งผมก็พยายามที่จะทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นและประสบผลสำเร็จไปด้วยกันกับทีมงานของผม

หากพูดถึง LINDBERG จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อย่างไร?

บริษัทของผมเกิดขึ้นเมื่อ 28 ปีที่แล้ว ซึ่งได้ไอเดียมาจากแว่นตาอันแรกของเราคือ Air Titanium โดยคุณพ่อของผม ซึ่งท่านเป็นนักทัศนมาตร์ (Optometrist) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก ท่านเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีไอเดียเป็นเลิศ ท่านใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของการคัดสรรวัสดุที่ใช้ในการทำแว่น การประกอบแว่น ซึ่งเหล่านี้ต้องอาศัยฝีมือทั้งสิ้น แรงบันดาลใจบางอย่างก็มาจากการใส่แว่น ตัวผมเองเป็นสถาปนิก และทำงานที่เกี่ยวกับสายงานของผมเองโดยตรง จนวันนึ่งผมและคุณพ่อได้ปรึกษากันเกี่ยวกับการแก้ปัญหาในการะบวนการผลิต หลังจากที่เราได้ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาแล้วนั้น พบว่าปัญหาของเราในการผลิตแว่นตาคือการลงทุน ทั้งในเรื่องเวลาและเงินทุน รวมไปถึงแรงงานด้วยเช่นกัน ท้ายที่สุดผมจึงตัดสินใจเข้ามาเริ่มธุรกิจนี้แบบเต็มตัว



หลังจากก่อตั้งบริษัท อะไรที่เป็นเหตุการณ์ซึ่งคุณคิดว่าสำคัญที่สุด?

อย่างแรกเลยก็คือการสร้างแบรนด์สินค้าให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครทั้งรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ลูกค้าจะชอบในสินค้าของเรา แต่ช่างแว่นตาไม่ค่อยชอบในการที่ทำแว่นตาพวกนี้มากนัก เพราะเนื่องด้วยขึ้นตอนหลายๆอย่างซึ่งค่อนข้างยุ่งยากและสลับซับซ้อนกว่าแว่นแบบเดิมที่เคยทำ ระยะเวลาช่วงแรกนั้น อุปกรณ์ที่เราได้จัดสรรมาสำหรับช่วงแว่นเรียกได้ว่าต้องเป็นช่างที่มีความชำนาญสูงถึงสามารถที่จะใช้ได้ ในการที่จะใส่เลนส์เข้าไปในกรอบแว่น ไม่ใช่ว่าช่างแว่นทุกคนสามารถทำได้ และต้องอาศัยความชำนาญจริงๆ ลูกค้าส่วนมากจะชอบรุ่นไทเทเนียมตรงที่น้ำหนักเบา ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองที่ผิวหนัง และที่สำคัญอีกอย่างคือไม่มีสกรู ทั้งนี้ช่างแว่นสามารถทำแว่นให้เข้ากับผู้ที่สวมใส่แต่ละคนได้ตามความต้องการอีกด้วย เหตุการณ์ที่สองนั้น ก็คือการขยายตลาดสินค้าตัวแรก เนื่องจากสินค้าเรามีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทำให้เราไม่สามารถที่จะดำเนินธุรกิจแบบธรรมดาได้ หลังจากนั้นก็ได้เข้าร่วมกับประเทศต่างๆในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นร้านแว่นตาที่อยู่กรุงโรม ฮัมบูร์ก หรือโคเปนเฮเกนและในเรื่องการขนส่งก็เป็นไปได้อย่างราบรื่นโดยตลอด