เพียง 3 นาทีเข้าใจเลนส์เฉพาะบุคคลฉบับง่าย



เลนส์เฉพาะบุคคลเป็นเลนส์ในระดับสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสูงสุด ซึ่งที่ WALTZ จะแนะนำให้กับลูกค้าที่มีความจำเป็นในการใช้เลนส์ในระดับนี้เพื่อการมองเห็นที่ดีเยี่ยมที่สุด


รูป : ตารางเลนส์ชั้นเดียวของ Nikon จะเห็นว่าเลนส์ Seemax ซึ่งเป็นเลนส์เฉพาะบุคคลจะให้ประสิทธิภาพในการมอง (พื้นที่สีเขียว) ที่ชัดเจนและกว้างสูงสุด

แต่เรามาเข้าใจกันก่อนว่าเลนส์เฉพาะบุคคลคืออะไร และเหมาะกับใคร

เอ้าเริ่ม !

"เสื้อสูทสำเร็จรูปกับเสื้อสูทสั่งตัด" คือตัวอย่างที่เราจะใช้ในการอธิบาย

หลายคนคงทราบดีว่า เสื้อสั่งตัดนั้นมีความพอดีตัวที่สุด แตกต่างจากเสื้อสำเร็จรูปที่ขนาดจะถูกกำหนดมาแล้ว

ว่าแขนความยาวเท่าไหร่ ไหล่กว้างเท่าไหร่ รอบเอวเท่าไหร่


ยากนักที่ตัวเราจะพอดีกับขนาดที่เสื้อสำเร็จรูปกำหนดมาให้ ก็จะใส่ได้ไม่ค่อยพอดีเต็มที่

เหมือนกับเสื้อสั่งตัดที่มีความพอดีกับสรีระของเรามากกว่า


สูทสำเร็จรูปกับสูทสั่งตัดกับความพอดีที่แตกต่าง

เช่นเดียวกันกับเลนส์ทั่วไปกับเลนส์เฉพาะบุคคล

เป็นที่ทราบดีว่าเลนส์แว่นตา เมื่ออยู่บนใบหน้าแต่ละบุคคล หรือแต่ละกรอบแว่น จะมี "ตำแหน่ง" ที่แตกต่างกัน ได้แก่

1. ความเอียง บางคนใส่เอียงมาก ในขณะที่บางคนใส่แล้วเอียงน้อย เนื่องจากสรีระแต่ละคนไม่เหมือนกัน

2. ความโค้งหน้ากรอบ กรอบบางรุ่น บางยี่ห้อ มีความโค้งมาก บางกรอบมีความโค้งน้อย

3. ความชิดกับใบหน้า บางคนใส่แว่นชิดหน้า ในขณะที่บางคนใส่แว่นห่างออกไป

และอื่นๆอีกมากมายหลากหลายรายการ เช่น ระยะเหลือบตา ระยะถึงศูนย์กลางตา CoR เป็นต้นเรียกได้ว่าซับซ้อนจริงๆ


ตำแหน่งในการสวมใส่

ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้ล้วนแล้วมีผลต่อ "ประสิทธิภาพ" ของเลนส์ในการแก้ไขปัญหาสายตา

นั่นหมายความเลนส์ชิ้นเดียวกัน ใส่บนคนที่มีค่าสายตาเหมือนๆกัน เช่น เมื่อนาย A ใส่ กับนาย B ใส่ อาจจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หากนาย A และนาย B มีสรีระไม่เหมือนกันหรือเลือกกรอบแว่นที่ไม่เหมือนกัน

นาย A อาจจะใส่สบาย ในขณะที่นาย B ใส่ไม่สบาย

ก็เนื่องจากตำแหน่งในการวางเลนส์บนใบหน้าที่แตกต่างกันนี่เอง !

ถึงตรงนี้แล้วเลนส์เฉพาะบุคคลแตกต่างจากเลนส์ทั่วไปอย่างไร

เลนส์ในรุ่นทั่วไปจะสร้างเลนส์โดยอาศัยค่ามาตรฐานของ "ตำแหน่ง" เลนส์บนใบหน้าโดยเฉลี่ย เช่น ความโค้ง (WRAP) 6 องศา ความเอียง (PANTO ) บนใบหน้า 8 องศา ระยะห่าง (BVD) 12 mm ( มาตรฐานของ Nikon ) เป็นต้น

แต่ถ้าเราใส่แว่นบนใบหน้าแล้วค่ามันแตกต่างจากค่ามาตรฐานเหล่านี้ล่ะ เช่นใส่แล้วเอียงกว่าค่าปรกติ โค้งกว่าปรกติ ชิดหน้ากว่าปรกติ

ผลที่ได้คือเลนส์จะแก้ไขปัญหาสายตาของเราได้ไม่เต็มประสิทธิภาพนั่นเอง


รูป : ซ้ายสุดคือเลนส์ทั่วไปที่ขัดตามค่ามาตรฐาน รูปกลางคือเมื่อใส่เลนส์มีความเอียงเทมากกว่าปรกติ จะทำให้ค่าสายตาเพี้ยนและมีความบิดเบือนเกิดขึ้น (พื้นที่สีน้ำเงิน) และรูปขวาสุดคือการใส่เลนส์เอียงและเทเหมือนรูปกลางแต่ใช้เลนส์เฉพาะบุคคลค่าเพี้ยนและความบิดเบือนจะถูกกำจัดไป

เลนส์ในตระกูลเฉพาะบุคคลที่มีให้เลือกหลากหลายค่าย ( เดี๋ยวขายของมีแน่นอนตอนท้ายบทความครับ :p ) ถูกสร้างขึ้นให้เราสามารถกำหนดค่า "ตำแหน่ง" เหล่านี้ได้เอง โดยไม่ต้องอิงกับค่าเฉลี่ย เพื่อนำไปคำนวณโครงสร้างเลนส์ที่ "เหมาะสม" ที่สุดกับบุคคลนั้น นอกจากนี้บางค่ายสามารถให้คุณกำหนดได้ว่าต้องการเน้นการใช้งานที่ระยะใด (ไกล, กลาง, ใกล้) เพื่อสร้างเลนส์ที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณนั่นเอง

เลนส์นี้เหมาะกับใคร?

1. คุณมีค่าสายตามีปัญหาปานกลางถึงเยอะ เช่น สั้น/ เยอะ เอียงเยอะ สายตาสองข้างแตกต่างกันมาก เป็นต้น เนื่องจากค่าบิดเบือนจะยิ่งมากเมื่อมีการสวมใส่ผิดตำแหน่งมาตรฐาน

2. คุณต้องการความสมบูรณ์แบบและการมองเห็นที่ดีที่สุด โดยที่รับได้กับราคาของเลนส์ที่ค่อนข้างสูง

คำถามนี้เป็นคำถามสำคัญ ลูกค้าหลายๆท่านที่มาให้ WALTZ ดูแลเราพบว่า ปัญหาสายตาและการใช้งานไม่ได้มีความจำเป็นในการทำเลนส์เฉพาะบุคคล แต่ถูกแนะนำ เชิญชวนให้เลือกซื้อโดยไม่จำเป็นก็มี และยิ่งไปกว่านั้นบางทีซื้อเลนส์ที่ดีที่สุดแต่ใส่ไม่ได้ เวียนหัว ภาพไม่ชัด เราพบว่าไม่ได้เกิดจากคุณภาพของเลนส์แต่เกิ